Thursday, March 30, 2017

รู้สึกวูบวาบ

ก็เลยจะลงภาพไว้เป็นที่ระลึก (กลัวหาย + ลืม)





(22/4/2017)

Saturday, March 18, 2017

คุยกับ encX 2 ชม.

เมื่อวันก่อนๆทัก encX ไปครั้งแรกในรอบหลายปีเรื่องเกมที่ทำอยู่ว่าอยากทำเพลงมาลงมั้ย ก็เห็นบอกว่าไม่ได้ทำเพลงมา 2 ปีกว่าแล้วก็เลยกลายเป็นตกลงว่าได้เพลงเก่ามา 2 เพลง (เพลงอะไรความลับอิอิ) แล้วต่อจากนั้นนึกได้ว่าคีย์บอร์ดที่ให้ยืมไปยังไม่ได้คืนก็เลยนัดมาคืนกันที่เมเจอร์รัชโยดีกว่า

วันนี้มาเจอกันหน้าตู้ปั้ม เหมือนวันนั้นที่นัดมาแต่ง Exargon ที่สตาร์บัคเด๊ะ เล่นเกมเสร็จถามแล้วว่าว่างก็เลยคุยกันสัพเพเหระตอนนี้ทำอะไรอยู่ เรียนไรอยู่ ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าทำ front end web อยู่นานแล้ว แล้วก็รับจ๊อบ web dev เหมือนกันอีกต่างหาก เราที่เพิ่งเข้ามาสายนี้ไม่นาน พูดศัพท์ใหม่ไป Node, Mocha, Express, npm ฯลฯ อะไรไปก็เข้าใจหมดเลย โอ้ ไม่น่าเชื่อเลย (หน้าไม่เหมือนคนสายคอม 555)

กะจะเดินกลับไปขึ้นรถก็เลยตัดสินใจพาแวะร้านกาแฟในตำนาน NKNO พร้อมบรรยายสรรพคุณทุกอย่างที่ว่าทำไมมันเลิศขนาดนี้ ก็เลยได้คุยยาวถึงเรื่องชีวิตตอนนี้ว่าที่นี่เป็นฐานทัพมาตั้งแต่ประมาณธันวาแล้ว และก็แลกเปลี่ยนชีวิตกัน

ภาพนี่แอบถ่ายมา
แล้วพอมาถึงที่รอรถอยู่ๆก็กลายเป็นคุยกันต่อไปเรื่อยๆไม่จบสิ้นซะที 555 อัพเดทตั้งแต่เรื่อง Thapster ว่าตอนนี้บริษัทเป็นไง เกิดอะไรขึ้นบ้าง คนทำโน้ตเป็นยังไงกันบ้าง คุยกันมันส์มาก 555 แล้วก็เรื่องที่โปรแกรมแต่งเพลงไปถึงไหน Ableton Live ก็ยังเหมือนเดิม คุยกันอัพเดทว่า synth ไหนแต่ก่อนใช้บ่อย ป่านนี้ iZotope ไปถึงไหนแล้ว ได้แนะนำว่า Serum ดียังไง (เปิดคอมมาโชว์ที่ที่รอรถเลย) เรื่องที่ว่าไปฟังเพลงตัวเองแต่ก่อนแล้วอนาถก็เลยเดาถูกอีกว่าเป็น William Tell คุยกันเรื่องเพลงไหนโดนบังคับแต่งบ้างเพลงไหนเป็นตัวเองจริงๆบ้าง แล้วก็ยาวไปถึง Exargon ได้คุยถึงเรื่องที่ Renpul มา remix เพลงได้สุดยอดมาก แล้วก็ได้เล่าชีวิตที่ญี่ปุ่นให้ฟังว่าเพราะ Exargon ก็เลยได้เจอความหล่อของชีวิตหลายอย่างลากยาวตลอดมา ได้เล่าถึงบรรยากาศคนทำเพลงที่ญี่ปุ่นด้วย ซึ่งน่าอิฉฉามากๆ encX ก็คิดเหมือนกัน อยากให้ไทยมี ecosystem แบบ doujinshi + twitter + music games + club event ของญี่ปุ่นมากที่มันทำให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าตลอด แล้วไหนจะเรื่องเสียงเถื่อนที่เราก๊อปมาจาก encX ตั้งแต่ Thapster ที่ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ พอพูดแล้วก็ยังจำได้อยู่ก็ตลกดี

แล้วก็ได้คุยเรื่อง chain of event หลายๆอย่างแลกเปลี่ยนกัน ของ encX ก็ไม่น่าเชื่อว่า Rhythmix ก็เริ่มมาจากพี่อ๊อบ OB1 อีกทีที่แนะนำคนไทยที่แต่งเพลงมาให้ทีมทำเกม ซึ่งก็รู้จักกันมาจาก Technika อีกที  จริงๆพี่คนนี้ก็เกียวข้องกันกับเรากับญี่ปุ่น เพราะคุยปรึกษานิดหน่อยก่อนไปเรียน แล้วที่ encX มาเริ่มทำเพลงจริงจังขึ้นก็เห็นว่าเพราะไทด้วย แล้วเราก็เคยทักไปในเพจ Rhythmix ว่าอยากทำเพลงให้ซึ่ง encX นี่แหละที่มาฟัง แล้วต่อมาก็มาเจอกันตัวจริงครั้งแรกที่ Thapster แล้วก็ได้เข้าไปทักว่าชอบ Night Trip มาก แล้วเรื่องราวต่อจากนั้นก็นั่นแหละ เป็น Exargon แล้วก็ไทมาแนะนำให้เอาไปแข่ง BMS แล้วก็เจอกับพวก Mumeisen 12 แล้วก็รู้จักคนญี่ปุ่นจนได้กินเนื้อย่างกันเล่นเกมด้วยกันตอนเรียนโท ได้เล่าเรื่องที่ว่าประเทศนั้นมี club event ที่ข้างในเปิดแต่เพลงเกมก็มี จนมาตอนนี้ได้ทำเกมตัวเองก็มีคนญี่ปุ่นพวกนั้นแหละที่ส่งเพลงเข้ามา จนกลับมาตอนนี้ก็ได้ชวน encX เอาเพลงมาลงเกมนี้ด้วย...... ผ่านมาสองสามปี เสี้ยวเหตุการณ์พวกนี้มันยังพัวพันกันอยู่เสมอ coming into full circle

อาจจะสรุปเกินไปหน่อย แต่อ่านดูแล้วก็พูดได้ว่า ถ้าไม่มีเกม Technika ก็ไม่มีวันนี้ 55555 butterfly effect

มาคิดดูดีๆ มันสุดยอดเลยนะ เหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่พัวพันกัน มันกลับมาพัวพันกันใหม่อีกไม่รู้จบกี่รอบกี่รอบ เราคิดว่านี่แหละคือเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงไม่ใช่เงิน ไม่ใช่อำนาจ แต่มันเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า event หล่อๆ ชีวิตนี้ อยู่ไปเพื่อตามหา event หล่อๆ อยากเจออีกเยอะๆ ใช้เงินให้ตายยังไงก็ไม่ได้ครึ่งของความหล่อที่พิมพ์มาย่อหน้าที่แล้ว หลังจากเล่าเรื่องที่ญี่ปุ่นให้ encX ฟังก็บอกว่าอิฉฉาเหมือนกันอยากได้ chain แบบนั้นบ้าง เพราะตั้งแต่ทำ Exargon เสร็จแล้วแยกกันตอนนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้น (ที่หล่อๆ)

แต่ที่แน่ๆตอนนี้อยู่ในชตากรรมเดียวกันสุดๆคือทำ front end หาเงินทั้งคู่จนไม่ได้ทำฝันของตัวเองต่อ ไม่น่าเชื่อเลย 555 ของเราคือทำมิวสิคเกมให้เสร็จแล้วอยากได้เงิน 20000+ ต่อเดือนเป็นใช้ได้แล้วก็จะเก็บตังบินไปขายเพลงที่ญี่ปุ่น 100 แผ่น ไปทักทายให้ของขอบคุณทุกคนที่ส่งเพลงมาเกมเราให้ได้ถือว่าฟินแล้ว แล้วก็ใช้เงินทำเกม action เกมต่อไปที่คิดไว้ด้วย ส่วนของ encX ก็คืออยากเป็น DJ กับ producer ชื่อดังแบบ Zedd ให้ได้ แต่ละคนก็มีความฝันที่เหมือนจะยังไม่มอดแต่ก็โดนความจริงกลบอยู่เหมือนกัน

เวลาผ่านไปนานสุดๆก็คิดว่าควรกลับแล้วถึงแต่ละคนจะว่างเหมือนกันก็เหอะ ก็เห็น encX บอกว่าได้คุยแล้วเริ่มมีไฟแล้วจะ comeback ดีมั้ย ก็ดีใจที่วันนี้อาจจะเป็นจุดเริ่ม chain ต่อไปของอีกคน ก็หวังว่าเหตุการณ์ของพวกเราจะมาพัวพันกันอีกเกิดเป็นความหล่อใหม่ๆในอนาคตเรื่อยๆ

Tuesday, February 28, 2017

กุมภา

หลังจากเดือนมกราที่เหลือเชื่อแล้ว มาสู่เดือนกุมภาที่เป็นอีกอารมณ์นึงไปเลย เลยอยากจะเขียนไว้หน่อย 555

เข้าเดือนกุมภามาไฟจากเดือนมกรายังไม่หมด ก็เลยรีบปั่นต่อโดยมีเป้าหมายคือทำวิดิโอ trailer ให้ได้ จะได้เริ่มรับสมัครเพลงจากคนญี่ปุ่นซะที ถ้าไม่มี gameplay ก็คงไม่มีนักดนตรีเชื่อใจเราว่าเราทำอะไรได้ขนาดไหน ก็เลยฮึดสู้สุดๆๆ ต้องทำ demo แบบเร่งด่วน ต้องวาดมือครั้งแรก เอาเพลงเก่ามายำเป็น soundtrack ภายใน 1 ชม. บ้างล่ะ เพลงที่ขอจากเพื่อนญี่ปุ่นตั้งแต่ 2 ปีก่อน สมัยที่ยังเรียนอยู่ญี่ปุ่นอยู่เลย ในที่สุดก็ได้มาทำโน้ตเพื่อจะโชว์ซะที (ตอนนั้น คิดว่า ป.โท จะมีเวลาทำเกม ผิดมหันต์ 555) แล้วก็เซ็ตอัพ website เซ็ตอัพ social ทุกอย่าง เรนเดอร์วิดิโอ ทดสอบดีเลย์เสียงเวลาอัพ Twitter / YouTube พิมพ์หน้ารับสมัครเพลงไว้รอ ขอให้เพื่อนตรวจภาษาญี่ปุ่น... ทั้งหมดนี้ จำได้ว่าเป็นช่วง 7 วันต้นเดือนกุมภา ที่แทบจะลืมไปเลยว่าขอบเขตของวันอยู่ตรงไหน เพราะเกมคอมแทบไม่ได้แตะ ข้าวก็จำไมได้ว่าเมื่อวานกินอะไรบ้าง และที่สำคัญพอได้อัดวิดิโอจริงก็เจอบัคอีกมาก ได้ความรู้ใหม่อีกเพียบเลย

แต่มันสนุกจริงๆ ให้ตายสิ เหมือนจะให้ทำต่อไปเท่าไหร่ก็ได้นะ!



Saturday, February 4, 2017

พักเที่ยง

วันนี้เดินเกษตรแฟร์เหนื่อยแล้วเลยนึกสนุกมาลองนั่งที่เดิมๆดู


แค่ได้มาอยู่ที่ประจำแล้วมันผ่อนคลายดีนะ มีนาทีนึงที่เหมือนรู้สึกได้ว่าชีวิตหยุดไปแป๊ปนึง ได้นั่งมองแล้วนึกภาพเหตุการณ์ในอดีตไปเรื่อยๆ ที่ตรงนี้ มีทั้งตอนเที่ยงที่ไม่ได้คิดอะไร มีทั้งเที่ยงที่เบื่อเรียน มีทั้งเที่ยงที่คิดมากจนหายใจไม่คล่อง มีทั้งเที่ยงที่อยากรีบกลับขึ้นไปข้างบนสุดๆ

พูดถึงขึ้นไปข้างบนก็จำได้ว่าเรามักจะขึ้นไปก่อน แล้วก็จำได้ต่ออีกว่าใครมักจะอยู่ในห้องก่อนแล้ว ใครจะเปิดประตูตามเข้ามาทีหลังเป็นประจำ มีใครที่ชอบอยู่ในลิฟต์ด้วยกันบ้าง ตอนนั้นถ้าคนอื่นรู้ว่าเราคิดสังเกตอะไรขนาดนี้ คงดูโรคจิตพิลึก

ทั้งหมดนี้ มันเป็นเสน่ห์อย่างนึงของ "พักเที่ยง" ที่ทั้งชีวิตคงไม่กลับมาอีกแล้วล่ะมั้ง โชคดีที่มีโอกาสได้สัมผัส

จะว่าไปแล้วก็เพิ่งทำเพลงนึงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับที่ประจำไป ซึ่งจริงๆแล้วไมได้อิงจากที่นี่ แต่ก็พอจะเชื่อมโยงความรู้สึกกันได้

แน่นอนว่าเอาคอมกับงานมาด้วยเพราะกะจะมานั่งลมโกรกเล่นๆ 555 แต่ที่นี่มันสงบจนอยากฟุบนอนยาวๆเหมือนที่เคยทำจริงๆ

Wednesday, February 1, 2017

Achievement Unlocked : ทำเกมไม่หยุดเลยเป็นเวลา 1 เดือน

เดือนมกราจบลงไปพร้อมกับสถิติใหม่ที่แม้แต่ตัวเองยังตกใจ คือทำงานทุกวันไม่เว้นวันหยุดเป็นเวลา 1 เดือนติดต่อกัน

พิมพ์ว่างาน เลยฟังดูกลายเป็น stereotype คนบ้างาน ไม่สนใจชีวิต ฯลฯ ไปในทันที แต่จริงๆแล้วคือทำเกม... ทำเกมทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน

มาคิดดูถ้าเป็นงาน บ. คงเหมือนคนบ้าจริงๆทุ่มเทไปทำไม แต่นี่มันอดไม่ไหวที่จะพาผลงานของตัวเองจริงๆชิ้นแรกให้ใกล้เส้นชัยไปเรื่อยๆ เลยเกิดเป็นความรู้สึกใหม่ว่าอยากทำทุกวันจริงๆ..​ จนเกมก็ไม่ได้เล่นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ Pokemon Moon ที่เอากลับอุดรไป จนกลับมากรุงเทพอีกทีก็ยังไม่ได้เล่น

ลองมองย้อนกลับไปทั้งตอน ป โท ทั้งตอนทำงาน บ. ทั้งตอนเรียน ไม่เคยมีอะไรแบบนี้แน่ๆ เอะอะอะไรก็หาเวลาเล่นเกมเสมอ เล่นเกมตลอดไปได้เลยยิ่งดี 555 แต่เราตอนนี้ความรู้สึกที่ได้สร้างของๆตัวเอง มันสนุกมาก จนแทนการเล่นเกมได้เลยหรือเนี่ย เราเองก็เพิ่งค้นพบเหมือนกัน

Monday, January 2, 2017

ปีใหม่ 2017 จ้า

ตกลงก็ว่าจะทำตามแผนที่ไปสมัครงานประจำแล้ว เพราะคำนวณชีวิตผิดไปหน่อย

ตอนแรกคิดว่าจะทำเกมเต็มๆซักปีไง เพราะคิดว่าเงินจากญี่ปุ่นก็พออยู่ได้ เงินได้จากเกมเดือนละ 6250 ก็พออยู่ได้

ส่วนเรื่องใช้จ่ายเราก็ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยอยู่แล้ว ข้าวกิน 35 บาททุกวันอย่างเดียวก็ได้ที่ญี่ปุ่นก็กินอย่างเดียวกันเป็นเดือนมาแล้ว

แม่ก็ว่าหลายครั้งหลายหนอยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีเงินเหมือนคนอื่นเขาซะที คือมองเหมือนเป็นคนไร้ค่าในสังคมอะนะ แม้ทุกวันจะแทบไม่ได้พักเลยเพราะปั่นเกมเพื่อจะไปถึงจุดนั้นก็เหอะแต่ผลมันไม่ immediate เหมือนเงินเดือนไง ตราบใดที่ยังไม่มีเงินเดือนก็เหมือนโดนมองว่ามีค่าเป็น 0 แล้วโปรเจค แล้วโค้ดในคอมนี่ไม่มีค่าซักนิดเลยเหรอ คือตอนแรกที่คิดว่าตลอดปีที่วางแผนไว้เวลาผ่านไปก็อาจจะรู้สึกเข้าใกล้จุดหมายไปเรื่อยๆ แต่พอมีแม่มากดดันแบบนี้ (ประมาณว่า เมื่อไหร่จะได้ เมื่อไหร่จะได้เงินๆ) กลายเป็นยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งรู้สึกต้องทำอะไรซักอย่างกับชีวิตแทนที่จะพยายามต่อไป

Sunday, December 25, 2016

กินข้าวทีเดียวชีวิตเปลี่ยน 555

วันนี้ไปกินข้าวกับเพื่อนมา เป็นการกินข้าวที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยน 555
เพราะพบว่าทุกคนมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศกันไกลๆรออยู่ข้างหน้ากันหมด แล้วพอหันมาดูเราเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา..

ตัดสินใจทำเกมซักปีเต็มๆไปแล้วมันก็ดีอยู่เพราะคิดว่าเงินที่มีจะอยู่ได้ มันก็อยู่ได้แหละ แต่ลืมนึกไปว่าอยู่ได้ แต่เที่ยวไม่ได้

โลกนี้กว้างมาก มีที่ไหนที่ยังไม่ได้ไปเยอะแยะ

แล้วการไปเที่ยวมันก็ต้องไปกับเพื่อนสิ!

แต่ถ้าไม่รับงานประจำ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพร้อมไปเที่ยว (หรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ ถ้าเกมมันไม่ได้) แต่ถ้าเข้างานประจำ ผ่านไป 5 เดือนแค่นี้ เงินเดือนมารวมกันก็มีเงินไปเที่ยวกับเพื่อนแล้ว...

การทำเกมมันพีคตรงตอนทำมันก็ดี แต่การทำงานประจำมันก็พีคตรงตอนได้ใช้ค่าตอบแทนไปทำโน่นทำนี่อย่างอื่น ถ้าหากว่าทำเกมต่อไป ชีวิตก็จะเหลือแค่พีคตอนทำเกม เราก็จะไม่มีอย่างอื่นเหมือนเอาเงินไปแลก เงินแลกได้หลากหลาย ยกเว้นแลกการทำแบบทำเกมที่ทำอยู่นี่ คิดไปคิดมาก็เหมือนมันเป็นเซ็ตที่ intersect กันแล้วได้ 0 เลย

ก็เลยได้มาคิดว่า ที่เราตัดสินใจไปว่าทำ full time ซักปีอาจจะคิดผิด กว่าจะได้เงินจริงๆเพื่อนๆก็คงเลิกเที่ยวกันหมดแล้ว (5 ปีถัดไป?)

หรือว่าเราอ่อนหัดเอง จริงๆแล้วทำงานประจำแล้วกลับมาทำเกมด้วยก็ไหวแต่เราดันปวกเปียกซะก่อน?

ก็เลยมีแผนใหม่ขึ้นมาคือ ไปสมัครงาน SCB เป็นงานประจำแล้วทำเกมตอนเลิกงาน เหมือนสมัยเรียนตรีจบใหม่ๆนั่นแหละ แต่ครั้งนี้มี counter ความเหนื่อยอย่างนึงคือมันเป็น SCB มันไม่ต้องนั่งขนส่งแม้แต่ครั้งเดียวก็ไปถึงกับเดินกลับได้ น่าจะช่วยได้มาก งานที่แล้วต้องนั่งรถเมล์ - MRT - เดิน แล้วก็ขากลับ ทุกวันๆ รู้สึกว่ามันเป็นจุดที่ทำให้เหนื่อยกับชีวิตเกิน 50%

ไม่แน่ว่างานประจำ ก็อาจไปด้วยกันกับเกมได้ถ้าเป็น SCB!?

แต่ก็คงต้องสมัครเลย เพราะกว่าจะได้ก็คงซักกุมภา

ถ้าสมัครเลยก็มีแผนต่อเนื่องคือใช้กุมภาเป็น deadline สำหรับมิวสิคเกมเลย พอเข้างาน SCB แล้วจะได้รอดูท่าทีของเกมไปเรื่อยๆได้ ไม่ต้อง active development ขนาดนั้น แล้วถ้าเกมมันรุ่งจริงๆสิ้นปีก็ค่อยออกจาก SCB

จริงๆก็ดูน่าสนใจ กลัวจะไม่ไหวเหมือนกัน แต่คงต้องลองซักตั้งล่ะมั้งว่าตัดการเดินทางแล้วจะช่วยได้ขนาดนั้นจริงมั้ย แต่จำได้แม่นว่าเดินทางมันเหนื่อยมากจริงๆ