Thursday, February 8, 2018

เอาทวีตมาแปะใน Blogger แล้วมันจะออกมาสวยมั้ย


สวยจัง

เรื่องของผมกับ Ableton Live

วันนั้นเรียนตรีอยู่ ม เกษตร อยู่เลย ซื้อวันที่ Live 9 ออกใหม่โดยใช้สิทธิ์ educational ลดราคาตั้ง 40% เปลี่ยนเวอร์ชั่นจาก 8 พอดี.. เลือก Live หลังจากลอง FL, Reason, Cubase แล้วเนื่องจากรู้สึกว่ามัน geekๆ ที่สุด

วันนี้! เรียนจบโทผ่านมา 1 ปี ในที่สุด Ableton Live 10 ก็ออกขายแล้ว!! เป็น DAW อิฉฉาเจ้าอื่นที่อัพเดทรัวๆมานาน เก็บเลเวลกับเวอร์ชั่น 9 มาหลายปี กี่ครั้งที่อยากย้ายค่ายไป FL Studio เพราะทางนั้นอัพบ่อยกว่าแถมฟรี.. แต่ก็ตัดใจเปลี่ยนไม่ได้ เนื่องจากเสียดายตังที่ซื้อ Live มาแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกันโดนบังคับให้ใช้จนเก่ง - -

เราสองคน เริ่มต้นจากทำเสียงใส่เกมประกวดโง่ๆสมัยเรียน ต่อมามาใช้ทำงานที่ บ. จริงให้เกมคนอื่นหลังเรียนจบ (เกมนั้นคือ ARES XBox Ver., So Many Me และ Panthera Frontier) แล้วต่อจากนั้นก็ได้ทำเพลงกับเสียงประกอบทุกเสียงลงเกมของตัวเอง Duel Otters​ รวมถึงดัดแปลงเสียงพากย์ (?) ตัวเองให้กลายเป็นเสียงตัวนากในเกมด้วย

ต่อมาเราก็ไปญี่ปุ่นด้วยกัน ที่นั่นได้เข้าวงการ BMS แล้วเจอเพื่อนๆญี่ปุ่น Mumeisen 12 ที่แต่งเพลงแข่งกัน หลังจากนั้นเราก็ทำเพลง BMS ประกอบวิดิโอมาหลายต่อหลายเพลงตั้งแต่ Exargon, Maid Battle, ... ได้ไปกินข้าวกับคนญี่ปุ่นที่เจอกันในเน็ตจริงๆ แล้วคุยกันยังกับแต่ละคนมี stand ประจำตัวเป็น DAW ที่เลือกซื้อและถวายวิญญาณให้ลอยอยู่ข้างหลัง (ประเทศนั้นเขาไม่แคร็กกัน ฝีมือจะ noob แค่ไหนก็ต้องไปทำงานมาซื้อ)

แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าเราประกวดงาน Rayark มาด้วยกันสองรอบ แล้วรอบสองเพลง Ruination ก็ได้ไปอยู่ในเกมจริงๆ (ตอนนั้นกดอ่านเมล Ice แล้วลงไปกลิ้งบนพื้นกระเบื้อง 555) จากนั้นปีใหม่ของปีแรกที่นู่นก็ได้ทำเพลง Bluebell ไปติด Dynamix

หลังจบโทกลับมาคิดจะทำเกม ก็มีนายนี่แหละที่ทำเกมด้วยกันกับเราอีกคน เกม Mel Cadence​ ที่ทำอยู่แน่นอนว่านอกจากเพลงแล้วเสียง UI กับ BGM ก็ต้องใช้ แล้วก็มีเพลง ??? ที่ติด Dynamix รอบสอง กับ Rave til the Earth's End ที่ไปผ่านเข้ารอบของ Pump It Up

วันนี้ไม่ต้องคิดซักนิดกดจ่ายเงินทันที ครั้งนี้คำว่า educational หายไป กลายเป็นคนธรรมดาแล้ว (และจ่ายราคาธรรมดาด้วย.. ยังดีมีลด 20% ค่า preorder)

จะว่าไปแล้วก็ดีนะที่ซื้อ ก่อนหน้านี้เริ่มด้วย FL เถื่อน แล้วไม่เห็นค่าของ DAW กับค่าของ bundled synth ซักนิดใช้ทิ้งขว้างไปหมด ไม่เคยพยายาม แล้วไม่เคยมีความผูกพันธ์อะไรเลย ถ้าคิดว่าค่าโปรแกรมเป็นทั้งหมดที่ว่ามาก็เกินคุ้มจริงๆ

จะหา Live แคร็กมาใช้ มันก็น่าจะไม่ยาก แต่อาจจะเสียที่ว่ามาทั้งหมดตลอดไปก็ได้ใครจะรู้ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ After Effects แล้วด้วย เวลาเสียเงินแล้วเราพยายาม จน MV ออกมาได้หลายอัน คุ้มกว่าไปเสียเงินลงคอร์สอะไรไหนๆ เสียเงินซื้อโปรแกรมจริงๆแล้วมามีไฟเองก็เป็นทางฝึกที่ดีมากๆ

อาจจะอีก 4 ปี+ เหมือนเดิมกว่าจะกลายเป็น Live 11 ก็ไม่แน่ แต่คิดว่าก่อนจะถึงวันนั้นเราน่าจะมีเรื่องสนุกๆไปด้วยกันอีกแน่ๆเลย!


 




Tuesday, November 21, 2017

รอย

เคยคิดอยู่ว่าขาย MBP แล้วอัพเกรดเป็นเครื่องที่มี Thunderbolt 3 ดีมั้ย แต่เป็นคนมี emotional attachment แล้วทำไม่ลง ผจญภัยมาด้วยกันตั้งนานตั้งแต่ซื้อมาจากโอซาก้าที่ญี่ปุ่น เปิดทำเกมบนรถไฟ บนเครื่องบิน ร้านกาแฟ.. ถ้ามันกลายเป็นเครื่องใหม่แล้วเหมือนสตอรี่จะหายไปแล้วเสียดาย เฮ่อ

แล้วก็ที่แปลก คือเสียดายรอยบิ่น 555 นี่ทำตกหน้าลิฟต์ที่ ม. ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่ลองเป็นคนไม่ใส่กรอบไม่ใส่อะไรแล้ว จากกลัวเป็นรอยกลายเป็นเสียดายรอยซะงั้น มันดูเป็นของเรา..




สมัยใช้ Dell Studio 1450 ที่มี on site ตอนนั้นเรียกให้เขามาเปลี่ยน Keyboard ได้ แบบเป็นรอยตัวอักษรหายหน่อยเคือง ไม่พอใจมากต้องเปลี่ยนๆๆ iPod Touch เผลอไว้กระเป๋าเดียวกับเหรียญปุ้บฟิล์มเป็นรอยก็เคืองจนอยากเปลี่ยน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแนวคิดมาอยู่กับรอยแทนแล้วรู้สึกว่ามีความสุขกว่า




แต่จอคอม อันนี้ต้องติดฟิล์ม.. ปกติมันไม่ใช่ของที่ต้อง expose ไม่ได้โดนอะไรเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าโดนแล้วคงยอมไม่ได้ 555

Tuesday, October 10, 2017

ประสบความสำเร็จ

วันนี้ผลประกวดเพลง Pump It Up ประกาศออกมาได้ที่ 1 ตัวเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย ยังไงเรื่องราวเบื้องหลังของเพลง ไปอ่านในนี้ได้ครับ


ก็ทำให้รู้สึกวาบขึ้นมาได้เลยว่า... เราประสบความสำเร็จแล้ววว!!

"ประสบความสำเร็จ" ในความหมายนั้นนั่นแหละ ความหมายที่คนทั่วไป ใช้กับการที่สามารถไปถึงสถานะ การงานมั่นคง มีเงิน ครอบครัวอบอุ่นและเพื่อนฝูงรักใคร่

พูดแบบนี้อาจจะฟังดูเว่อร์ ชนะมันก็น่าดีใจอยู่แต่ไม่ถึงกับประสบความสำเร็จหรอกมั้ง? อาจจะเป็นคำถามที่คนแบบแม่ผมคิดในใจ "แล้วก็อย่าลืมสมัครสอบ กพ. กับหางานนะลูก" ผมรู้ว่าแม่ไม่ได้รอสิ่งนี้อยู่แต่ยังไงเกิดขึ้นแล้วก็ดีใจด้วย แม่ยังรอวันที่ผมจะประสบความสำเร็จอยู่ โดยที่ไม่รู้ว่านี่แหละประสบความสำเร็จแล้วนะ! At this very moment!

(เอาจริงๆที่ทำได้ส่วนหนึ่งเพราะว่าไม่มีงานประจำ เพราะปกติทำไม่มีเสาร์อาทิตย์อยู่แล้วก็เลยลางานกับตัวเองแล้วเอาเวลา 4 วันมาตั้งใจกับอะไรก็ได้ ถ้างานปกติคงหา 4 วันต่อกันได้ยากมาก)

ผมเชื่อว่า ความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับความจำเป็นต่อชีวิตก็ได้
(กลับกัน ผมคิดว่าเป็น extra ของชีวิตที่คนเราเพิ่มเข้ามาเองมากกว่า หรือพูดอีกอย่างก็คือคำถามที่ว่า "เราเกิดมาทำไม")

ที่ผ่านมาผมมองไปในโลก social ผมเห็นเพื่อนญี่ปุ่นแต่งงานแล้ว ผมเห็นพี่อีกคนมีลูกรักแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เขาไขว่คว้า ผมว่าเขาประสบความสำเร็จ

ผมเห็นอีกคนโชว์พอร์ตหุ้น โชว์พอร์ต bitcoin ขึ้นอย่างมหาศาล นั่นเป็นเป้าหมายของเขามาตลอด เขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว

ผมเห็นอีกคนปล่อยเกมที่ทำมานานแล้ว แม้ยอดขายอาจจะยังไม่ถล่มทลาย แต่ผมรู้สึกได้เลยว่าคนๆนั้นประสบความสำเร็จแล้ว แม้เงินจะจำเป็นกับชีวิตก็ตาม เพราะเห็นเขาตั้งใจทำเกมแนวนี้มาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว

ความหมายประมาณนี้ ความสำเร็จที่ว่า มันเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกได้ว่าสมมติตายพรุ่งนี้ ก็จะเสียใจน้อยลง

เอาง่ายๆ สมมติวันนี้ได้เงิน 10 ล้านเลยแล้วตายพรุ่งนี้ เทียบกับวันนี้ชนะ Pump It Up Contest แล้วตายพรุ่งนี้เหมือนกัน ผมว่าอย่างหลังตายตาหลับกว่าเยอะ มาก...

เห็นมั้ยว่า sense of success มันต่างกัน แม้ดูเผินๆอาจจะดูกลับกันว่าได้เงินขนาดนั้นยังไงก็ต้องดีกว่า

ผมเคยชอบคนๆนึง แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจบอกเขาแล้วด้วย ถามว่าตายพรุ่งนี้แล้วตายตาหลับได้ดีขึ้นมั้ย ก็ใช่...

แม้จริงๆจะดูเหมือนความล้มเหลวก็ตาม แต่เห็นมั้ยว่ามันมีความสำเร็จอยู่

ครั้งนี้จะได้มีเพลงในตู้เกมอาร์เขตเป็นครั้งแรกดีใจมาก ย้อนกลับไปถึงตอน ปี 3 ที่เอาเงินเป็นหมื่นมาซื้อโปรแกรมแต่งเพลง Ableton Live 9 เพราะมันดันลดราคาอยู่ เรามาไกลเหมือนกันนะ อยากจะรู้ว่าเพลงเราเวลาออกมาจากลำโพงอาร์เขตจะเป็นยังไง เพราะทุกวันนี้ไม่เคยใช้ลำโพงแต่งเพลงได้ mastering ก็ต้องทำเดาๆในหูฟัง

หวังว่าความสำเร็จอันต่อไปจะเป็นจริงได้ ก็คือวันที่จะปล่อยเกม Mel Cadence นั่นแหละ.. ไม่ใช่วันที่ขายได้ดีจนเลี้ยงตัวเองได้นะ วันปล่อยนั่นแหละ.. เกมที่นั่งทำมาคนเดียว เกมที่ติดต่อกับคนญี่ปุ่นเองจนพิมพ์ญี่ปุ่นเริ่มได้ เกมที่ทำให้ได้เอาเข็มกลัดไปส่งต่อถึงมือคนแต่งเพลง ถ้าปล่อยมันออกมาได้ ไม่เรียกว่าสำเร็จก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว..!

ถ้าเกมขายไม่ได้ บางคนอาจจะมองว่าเป็นเกมที่ล้มเหลว ถ้ามาทำเกมเพื่อหาเงินก็คงตามนั้น ขายไม่ออกก็ล้มเหลว แต่อย่าลืมตัวเราเองด้วย ถ้าเรามาทำเกมเป็น life goal ด้วย เราก็ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ยอดขายแล้ว และจริงๆชีวิตเรามันอาจจะต้องการแค่นั้นก็ได้นะ นอกเหนือจากปัจจัย 4

ผมเชื่อว่าจริงๆแล้วความสำเร็จ มันมีความหมายแนวๆนั้นมากกว่า

Sunday, September 10, 2017

ทริปภาค 2017

1. โปรเจคนั้นที่คิดไว้ตั้งแต่ปีใหม่ นึกได้ว่าต้องรีบแล้วล่ะ มาทริปนี้ได้ไอเดียพอสมควร
2. DJ จาก Spotify สนุกดี
3. อูฐ
4. Switch ได้แตะแล้ว ไฮเทคสุดๆ

Saturday, July 1, 2017

Echo เมเจอร์รัชโยธิน

ตอนนี้ตี 2 ครึ่งแล้ว เพิ่งกลับมาจากเมเจอร์

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของร้านเกมสาขานี้แล้วเนื่องจากเจ้าของ chain สู้ราคาพื้นที่ของทางเมเจอร์ไม่ไหว เลยเห็นว่าต้องทะยอยเอาออกจากเมเจอร์ และที่นี่ที่ใกล้บ้านขนาดเดินมา 5 นาทีก็ถึง มันคงไกลจากหลายๆคนแล้วมากันยาก บวกกับก่อสร้างสายสีเขียวอีก

ก็เลยถึงเวลาต้องจากกันแล้ว


Saturday, June 3, 2017

ลืมวันเกิด

พอดีไม่ได้เข้าเฟสรัวๆ แล้วก็ช่วงที่ผ่านมาโต้รุ่งจนลืมวัน....

ตัวเองคิดแบบนั้นไปแปปนึง แต่ก็แค่ข้อแก้ตัว เพราะยังไงลืมก็คือลืมจริง

ที่มารู้เพราะเข้าเฟสไปแล้วมันมีของเมื่อวานมาบอกด้วยนี่แหละ ถ้าไม่มีเฟสคงจะไม่เอะใจอะไรเลย (ยังไงก็ขอบคุณเฟซตรงนี้ด้วย)

ปกติเราจะคิดว่าควรจะอวยพรย้อนหลังดีมั้ย แก้ตัวยังไงดี

แต่ครั้งนี้คิดใหม่ได้ คือจะไม่อวยพร และจะไม่ทักไปแก้ตัวอะไรทั้งสิ้นเลยน่าจะดีกว่า

ถ้าอวยพรกับแก้ตัว ความรู้สึกผิดมันคงลดลงมาก (นั่นคือ point ที่อยากย้อนหลังจริงๆใช่มั้ย? จากคงามอยากอวยพรจริงๆ กลายเป็นเพื่อตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?)

แต่ครั้งนี้ตัดสินใจจะลองแบกความรู้สึกนี้ไว้

แบกไว้อีก 1 ปีเต็มๆ แล้วดูซิว่าปีหน้ามันจะลืมได้มั้ย

(เอาจริงๆเขาคงจะไม่ได้นึกถึงเราหรอก แต่ยังไงความแคร์ใครมันก็เป็น unidirectional graph อยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เป็นแบบนั้นแหละดี จะได้ไม่โดนตะหงิดใจที่ลืมวันเกิด.. เหอๆ)

ถามว่าทำไมต้องเสียใจขนาดนั้น ก็เพราะว่า โอกาสได้คุยกันอย่างเป็นธรรมชาติแค่ครั้งเดียวใน 1 ปี มันหายไปแล้วไงล่ะ ปกติเป็นคนกล้าทักใครซะที่ไหน

แล้วก็สุดท้าย หวังว่าเขาจะไม่มาอ่าน blog นี้ แต่ปกติไม่มีใครมาอยู่แล้ว...