Wednesday, October 5, 2016

กลับมาไทยแล้วครับ

ในที่สุดก็จบโทแล้ว จะลองทำตามแผนที่วางไว้ใน blog ที่ผ่านๆมาดูครับ ก็คืออยากลองทำ full time กับเกมดูด้วยเงินเก็บจากญี่ปุ่น

ตอนนี้จัดห้องจัดคอมเสร็จหมดแล้วใช้เวลา 6 วัน วันนี้จะเริ่มจริงๆละ ก็ หวังว่าจะไปได้ด้วยดีล่ะนะ

post นี้ เป็นการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่หลังจาก ป โท แต่ก็ไม่มีอะไรพิมพ์มาเพราะพิมพ์ไปในช่องทางอื่นกับ blog ที่บ่นผ่านๆมาหมดละ


http://blog.exceed7.com/2016/10/the-story-continues-today.html <- มีภาพ selfie สุดหายาก! ร้อยปีจะคิดว่าควรมีหน้าตัวเองอยู่บนเน็ตซักครั้ง

ลองลุยซักตั้งล่ะ

Friday, July 1, 2016

มีสิ่งที่อยากทำแต่ทำไม่ได้ มัวแต่มาทำอะไรไม่รู้

วันนี้จะมาบ่นอีเรื่องวิจัยนี่แหละ

ก่อนอื่นสิ่งที่ทำให้โยงมาพิมพ์เรื่องนี้ก็คือสอง JLPT อันแสนสำคัญในวันอาทิตย์นี้ มูลค่า 5000 เยนที่จ่ายไปเมื่อ 3 เดือนก่อน.. ก่อนอื่นท้าวความก่อนว่ามันเป็น "สิ่งที่อยากทำ" อันนึงของเราจริงๆที่สำคัญมาก หลักๆตอนนี้ก็มีสามอัน

1. ทำเกม Duel Otters กับทำมิวสิคเกมใหม่ต่อ
2. แต่งเพลง ทำเพลง BOFU2016 / SF2016 ต่อ
3. ฝึกภาษาญี่ปุ่น ชีวิตนี้อยากได้ระดับเดียวกับภาษาอังกฤษที่เป็นอยู่ตอนนี้คือเกือบ Native คุยได้สบาย

ทุกอย่างเป็นอันต้องพังทลาย ไม่พังหรอกแต่ไม่ได้ทำมากกว่าซึ่งก็เท่ากับพังนั่นแหละเพราะรู้ดีว่าอะไรที่ผลัดวันไปเรื่อยๆมันก็ไม่เกิดขึ้นหรอกถ้าไม่ทำให้มันเกิดขึ้น (คติของ บ. Exceed7 ที่ตั้งขึ้นมาก็เลยเป็น Let's make something happen!)

เพราะ ป.โท กับแลปอย่างเดียว วันที่ผ่านมานี่แทบไม่เป็นอันนอน ประชุมก็ทุกสัปดาห์โดนด่าทุกสัปดาห์ว่าเอาเวลาไปทำอะไรอยู่ทำไมไม่มี progress ซะที ก็ทำแต่แลปนี่แหละแต่แก้บัคอยู่ อ. ก็ไม่เข้าใจเพราะการแก้บัคบางทีมันโชว์ progress ไม่ได้ แล้วมันโชว์ได้ที่ไหนว่าวันจันทร์พยายามแก้ตรงนั้น อังคารแก้ตรงนี้ โดยที่ยังไม่หลุดจาก Segmentation Fault เลยด้วยซ้ำ แล้วมันจะโชว์ได้ไงเนี่ย

กลับมาต่อที่ JLPT ก็เลย... คิดว่าจะไม่ไปสอบแล้ว จริงๆตั้งแต่นานแล้วมาถึงเมื่อวาน ก็คิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าต้องลอง ต้องลอง ทั้งๆที่มือนั่งโปรแกรมไอ้แลป ป.โท อยู่เนี่ยไม่ได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นเตรียมจะไปสอบซักนิด ทำแลปไปในหัวก็คิดแต่ อยากเรียนญี่ปุ่นๆๆๆ ตลอด แต่เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ 2 สัปดาห์...​3 เดือน ก็มีแต่แลปๆๆ เวลาที่อยากเรียนก็ต้องทำแลป เสาร์อาทิตย์ก็ยังต้องทำแลป เกมก็นิ่ง เพลงก็นิ่ง ญี่ปุ่นก็นิ่งหมด แต่ต้องมาทำอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายชีวิตเลย คือรู้สึกเสียเวลามากๆ คือรู้สึกว่า "ไม่รู้จะทำไปทำไม" อย่างแท้จริง

วันแล้ววันเล่าผ่านไป ได้แค่ฝึกในส้วมกับตอนกินข้าวในโรงอาหารที่ต้องออกมานั่งแยกคนเดียวทุกวัน (เพราะถ้างมมือถือระหว่างกินข้าวกับกลุ่มใหญ่เดี๋ยวก็โดนมองเป็นคนติดโซเชียลอีก จริงๆ Twitter ก็โซเชียลแหละแต่ฝึกญี่ปุ่นอยู่ไง) คือมีเวลาแค่นั้นจริงๆ ถ้าจะเอาเวลาอีกก็เหลือเวลานอนกับเวลาพักผ่อน ก็คือเอาไว้เล่นเกมกับออกไปกินอะไรข้างนอก ถ้าคิดว่าจะตัดเวลาพักผ่อนมาเรียนญี่ปุ่นก็ได้ไม่ใช่เหรอ คือมันไม่ได้หรอก บ้าตายพอดี สิ่งที่อยากทำมันไม่ได้อยู่หมวดเดียวกับพักผ่อนเลย

คิดๆอยู่ว่าเรียนจบแล้วจะต้องจัดชีวิตให้ไม่ว่าทำอะไรก็ contribute ไปในทางสิ่งที่อยากทำในชีวิตให้ได้ คือแม้แต่ไปสมัครเป็นพนักงาน SCB ที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตเท่าไหร่ยังเกี่ยวกว่าเรียนโทเก็บใบนี่เลยเพราะได้เงินเอามาสานฝันต่อได้ บวกกับมีเวลาว่างช่วงเย็นไว้สานฝัน ก็คือเกี่ยวนั่นแหละ เทียบกับไอ้แลปเนี่ย แม้แต่เวลาว่างช่วงเย็นยังไม่มีเลย ตื่นนอนยันเที่ยงคืนมีแต่แลปๆๆ แล้ว distraction เยอะมาก เมลถล่มมาทุกวัน มีแค่บางอันสำคัญแล้วถ้าเผลอมองข้ามโดนด่า เดี๋ยวก็มีตติ้งแลปทุกสัปดาห์ เดี๋ยวก็ต้องนัดคุยกับ อ. อีก

มองไปบนกำแพง.. เห็นปฎิทิน "อ่านนิยายญี่ปุ่นกับการ์ตูนให้จบอีก 3 เล่มก่อนวันกินเนื้อย่างกับเพื่อนญี่ปุ่นที่ไม่เคยแม้แต่เห็นหน้ากันมาก่อน" (เดี๋ยวโอกาสหน้าจะมาเขียนเรื่องนี้ สุดท้ายก็ไปมาแล้ว สนุกดี) ซึ่งเป็นวันที่ 14 มีนา ถึง 24 เมษา คือปฎิทินนี้ เขียนไว้ว่าวันไหนควรจะได้หน้าไหนของเล่มไหน ซึ่งทำตามได้ถึงแค่วันที่ 18 มีนาเท่านั้น แล้วเลขหน้ามันก็ค่อยๆห่างไกลออกไปๆอย่างช่วยไม่ได้ทั้งๆที่อยากอ่านใจจะขาดดันต้องมาทำแลปอะไรไม่รู้ แล้วก็ต้องเลิกทำตามแต่ก็ยังติดมันไว้ดูให้ทรมานเล่นบนกำแพงห้อง สุดท้ายวันที่ 24 เมษาก็ไปกินเนื้อย่างโดยที่ความรู้เท่าๆเดิม

จาก 24 เมษาก็มีอีกเดดไลน์นึงให้พยายามก็คือ 3 กรกฎาที่จะถึงอีกสองวันนี่แหละ วันสอบ JLPT ไง หลังจากวันเนื้อย่างก็คิดเหมือนเดิมว่าเออ เอาใหม่อีกทีคงจะทำได้แหละเราอีกสองเดือนกว่าๆ สู้ๆ แล้วสุดท้ายก็เหมือนเดิม แลปๆๆ จนไม่เป็นอันตั้งใจเรียนเลย ความรู้สึกของสัปดาห์ล่าสุด (เหลืออีก 7 วันถึงวันสอบ) นี่อยากลาแลปทั้งสัปดาห์มาฝึกญี่ปุ่นฟินๆ 24 ชม. เลยด้วยซ้ำ แล้วก็โดนไอ้ "ความรับผิดชอบ" นี่แหละดึงตัวไปแลป (แม่สอนมาบ่อย) สุดท้ายก็เดินไปแลปเซ็งๆเพื่อกลับออกมาอีกทีตอนตี 1 ตี 2 แล้วก็ไม่มีเวลาทำอะไรอีกหลังเล่นเกมกับเพื่อนนิดหน่อยแล้วก็ต้องนอนแล้วก็ตื่นมาเหมือนเดิม

มาจนถึงวันนี้ตื่นมา 7 โมงเนี่ย เหมือนความจริงที่หลบไม่ได้อีกต่อไปมันก็มาแล้วว่า ยกเลิกสอบ JLPT เถอะ คือส่วนตัวไม่ได้อยากได้หลักฐานใบประกาศ N2 อะไรนั่นอยู่แล้วไงเพราะไม่ได้ใช้ ที่เรียนญี่ปุ่นเพราะอยากเก่งจะได้แปลเกมตัวเองจะได้อ่านการ์ตูน ไม่ได้จะเอาไปสมัครงานอะไร ถามว่าแล้วไม่อยากรู้คะแนนเหรอ คืออยาก แต่ไม่อยากรู้คะแนนที่มาจากการเดา 90% แบบนั้นไงมันไม่มีความหมาย เวลาวันอาทิตย์เอาไปทำแลปที่แสนเกลียดยังจะดีกว่าไปทำอะไรที่ไม่มีความหมายแบบนั้น สอบนี่ลงไปเพื่อให้มีเป้าหมายพยายามเฉยๆ ส่วนเงินก็ไม่ได้เสียดายหรอก แค่เวลาวันอาทิตย์ที่จะต้องใช้เดินทางไปสอบแล้วกลับมานี่ยังเสียดายกว่า ไม่ไปยังจะดีกว่า

แต่การทำโทนี่ก็เกี่ยวที่ทำให้มีโอกาสมาญี่ปุ่นนั่นแหละ เนื้อย่างก็คงเป็นผลจากการที่ได้เรียนโทนี่เหมือนกัน แต่ตอนมาทำแลปใช้กรรมนี่ยังไงมันก็รู้สึกไม่ดีเลยเพราะมันไม่เกี่ยวกับชีวิตซักนิดเดียวแถมทำให้อันที่จะเกี่ยวอย่างเนื้อย่างเละไปด้วยอีก (เกมก็เละ เพลงก็เละ ฝึกเล่นเบสก็ไม่ได้เริ่ม เละหมด)

มาคิดๆดูมันก็สอนเรานะ เวลาที่มีความหมายกับชีวิตนี่มันหยุดลงตั้งแต่ 18 มีนาคมมาจนถึงตอนนี้แล้วเหรอ ที่เราไม่ได้ทำอะไร "ให้มันเดินต่อไป" แต่แค่แก่ลงๆทุกวันเฉยๆ (น้ำหนักขึ้น 5 กิโลจากปีที่แล้วด้วยแน่ะจากวัดผลสุขภาพ) ....หรือมันอาจจะหยุดลงก่อนหน้านั้นมาอีกนานแล้วก็ไม่รู้

Monday, June 13, 2016

Balance ระหว่างสิ่งที่ต้องทำกับสิ่งที่อยากทำนี่มันเสี่ยงและยากมากจริงๆ

ปัญหาใหญ่โคตรๆตอนนี้คือ..

ตอนทำเกมนะแบบ แก้บัคลืมวันลืมคืนไม่กินอะไรยังได้เลย
เพลงมีต้องทำเยอะก็อยากทำ มี collab กับคนญี่ปุ่นอยากทำต่อ มีงานประกวดอยากส่ง
และภาษาญี่ปุ่นก็อยากสอบ N2 ผ่าน อยากได้ภาษาญี่ปุ่นเก่งๆ

แต่ดันต้องเจียดเวลาไปทำสิ่งที่ต้องทำคือเรียนโทให้จบให้มันพอดีนี่ทั้งยากทั้งเสี่ยงสุดๆจริงๆ
ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่เหนือหรือใต้เส้นอันตรายกันแน่

รู้ทั้งรู้ว่าเป็นงี้ต่อไปเรียนไม่จบแน่ แต่เมื่อเช้า (วันจันทร์ วันธรรมดา)​ ยังตื่นมาแก้บัคกับเขียนเทสเกมอยู่เลย แล้วแปปเดียวจากเที่ยง.. ก็กลายเป็น 1 ทุ่ม มันเพลินขนาดนั้นเลยนะ

นี่ขนาดในใจมีความกังวลเรื่องเรียนจบยังเพลินได้ขนาดนี้เลย ถ้าเรียนจบแล้วทำเกมจริงๆสงสัยยาวถึงนอนได้

โอ้ยยยยย อยากทำสิ่งที่อยากทำ แล้วก็ทำไปแล้วด้วยนะไม่ใช่ไม่ทำ แต่ยิ่งวันผ่านไปยิ่งกังวลกับไอ้เรียนจบบ้าๆนี่มากขึ้น (ขณะที่กังวลอยู่ก็หยุดทำเกมตัวเองไม่ได้ เพราะไอเดียมันมาเต็มไปหมด) ถ้าทำได้อยากขอพักการเรียนซักปีแล้วค่อยมาต่อให้จบโทเลยด้วยซ้ำในตอนที่มีอะไรอยากทำเยอะขนาดนี้ แต่ทำแบบนั้นได้ซะที่ไหนเพราะเรามาเรียนทุน ถ้าขอพักมาเรียนใหม่ก็ต้องจ่ายเงิน... ไม่ไหวเหมือนกัน

Thursday, June 9, 2016

วันที่รู้สึกว่า "สำเร็จ"

เมื่อไม่นานที่ผ่านมา ในที่สุดเพลง Ruination ที่แต่งส่งไปให้ Rayark Artist Collaboration 2014 เมื่อประมาณสองปีก่อนก็ได้ออกโรงในเกม VOEZ ซะที

ซึ่งอ่านเรื่องราวตอนแต่งเพลงนั้นไว้ได้ที่นี่ http://5argon.blogspot.jp/2015/01/live-blog-rayark-artist-collaboration.html กลับไปอ่านอีกทีรู้สึกหล่อ 5555 ตอนนั้นแมร่งโคตรสิ้นหวังเลย

สมัยปี 3 ได้เล่นเกม Cytus ซึ่งตอนนั้นมีอยู่ 3 Chapter.. บริษัท Rayark ก็กลายเป็น บ. ในดวงใจมาตลอด เป็น บ. ที่หล่อมาก ทำเกมแบบมีสไตล์มีคุณค่าไม่เหมือนทำออกมาหาเงินโต้งๆ มีเรื่องราวมีอะไรครบ แต่เหมือน บ. จะประสบปัญหาทำรายได้ไม่ดี เห็นหน้าที่ร้องขอให้ช่วยกันซื้อของแท้ แต่ผ่านไปเป็นปีเท่าไหร่ๆเลขก็ไปไม่ถึง chapter ต่อไปซักทีจนเราก็เที่ยวโฆษณาให้เพื่อนไปทั่ว พอขึ้นปี 4 ได้เริ่มคิดว่า เริ่มลองแต่งเพลงบ้างดีมั้ย ถ้าเพลงเราทำให้คนหลายคนได้เล่นสนุกกันแบบใน Cytus นี่ก็คงจะดีนะ.. แล้วก็ถ้าทำเกมเอง มีเพลงดั่งใจไม่ต้องจ้างใครก็คงดีเพราะเราเองก็เป็นคนติดเพลงเกม เกมไหนเล่นจบก็ต้องหาฟัง OST ตลอดเลยขณะเก็บเลเวลใน MMO อื่นที่เล่นอยู่

Monday, April 25, 2016

เรื่องราวจากงาน M3

โพสต์นี้ไม่ค่อยมีภาพนะครับเพราะคนญี่ปุ่นเขาไม่นิยมถ่ายภาพรัวๆกันเหมือนไทย ละก็บูทคนมาเรื่อยๆไม่มีเวลาถ่ายครับ (ถึงห้องแล้วภาพจะตามมา)

วันนี้เรียกได้ว่าเป็นวันที่ยาวนานและให้อะไรหลายอย่างที่สุดในเกือบสองปีที่อยู่ญี่ปุ่นเลยก็เป็นได้...!

เริ่มจากประเทศนี้มันเจ๋งตรงที่มีงานอะไรแบบนี้เรื่อยๆ ซึ่งดูจากทวิตเตอร์คือมันกระตุ้นคนสร้างสรรค์ได้ดีสุดๆ M3 นี่มันเป็นงานแค่วันเดียวจาก 11 โมงเช้าถึงบ่าย 3 ด้วยนะ แล้วมันทำให้ทุกๆคนเตรียมอัลบั้มเตรียมอะไรมาขายได้ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วเลยทีเดียว!

ครั้งนี้แตกต่างตรงที่... พอจะรู้ตัวว่าตุลานี้ถ้าจะจบไปแล้วโอกาสมางานแบบนี้คงจะยากขึ้นมากเพราะตัดสินใจบินมาญี่ปุ่นเพื่อมางาน 1 วันที่ยาวแค่ครึ่งวันก็คงคิดหนักสุดๆ (ที่จริงแบบอยู่นี่ก็ค่อนข้างจัดเวลายากละ) แล้วก็คอมิเก็ตทีไร M3 ทีไรก็เห็นเพื่อนๆเตรียมของขายกันสนุกสนานทุกที เลยอยากไปเห็นกับตาซักครั้งว่ามันจะเป็นยังไง

แล้วรอบนี้ มีเพื่อนหลายคนออกของสำคัญของตนเอง หลายๆคนเป็นคนไม่มีชื่อเสียงที่รู้จักมาจากงาน Mumeisen ซึ่งก็อดไม่ได้ที่จะเทียบว่างานนั่นมัน 1 ปีที่แล้วนี่นะซึ่งเป็นงานของคนไร้ชื่อที่ไม่รู้จักกันเลย ปีนึงเติบโตมาได้จนออกอัลบั้มขนาดนี้ และรู้จักกันหมดขนาดนี้ อยู่บูทเดียวกันขนาดนี้ได้ยังไง

ก็เลยตัดสินใจจะไปโตเกียว 1 วันไปกลับเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งกังวลมาก!! เพราะเป็นครั้งแรกเลยที่จะโดนบังคับให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นแบบไม่มี fallback เป็นอังกฤษเหมือนตอนอยู่แลป จะคุยรู้เรื่องมั้ย คนที่ในทวิตเตอร์ไลค์โพสต์ภาษาญี่ปุ่นแกรมม่าแปลกๆของเราตัวจริงจะเกลียดเรารึเปล่า ฯลฯ


Sunday, April 17, 2016

[Live Blog] MUSECA New Face!





ที่จริงเริ่มไปได้พอสมควรละแต่เพิ่งมาตัดสินใจเขียน Live Blog ตามธรรมเนียมตอนจะลุยโปรเจคแข่งกับเวลาแบบนี้

งานนี้มีความพิเศษอยู่สองอย่างคือเป็นงานแรกของ Konami ที่รับเฉพาะหน้าใหม่ แปลว่าโอกาสเข้าไปแล้วโดนเทพดังๆที่ติดแล้วติดอีกเขี่ยทิ้งก็น้อยลง อีกความพิเศษคือ สงสัยจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตนี้แล้วถ้าไม่คิดจะย้ายสำมโนครัวมาญี่ปุ่น เพราะว่าของ Konami ทุกอันมีข้อห้ามว่า ถ้าไม่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจะส่งประกวดไม่ได้ กว่าจะมีงานต่อไปก็คงจะเรียนจบแล้ว (ถ้าได้เปเปอร์อะนะ)

ว่าแล้วก็มาลองลุยกันซักตั้ง เดดไลน์ต้นเดือนหน้า ตอนนี้หลังสงกรานต์แล้ว! อีก 20 กว่าวัน

[16-17 April] 

ครั้งนี้ตัดสินใจทำเพลงที่มีท่อน dubstep ครั้งแรกในชีวิต ว่ากันว่านักแต่งเพลงทุกคนต้องอยากทำ dubstep เข้าซักวัน ใช้โอกาสนี้เลยก็แล้วกัน 555

ธีมของ Museca ที่กำหนดมาคือ "Dramatic" เพลงนี้มีความเป็น Exargon กับ Maid Battle ผสมกัน ไม่รู้จะลงตัวมั้ย แต่เพลงออกบอสๆหน่อยตามสไตล์มิวสิคเกม ถ้าส่งไปแล้วไม่ผ่านก็คงจะเอามาลงมิวสิคเกมตัวเองได้ด้วย

Progress วันนี้ท่อน Dubstep เต็มช่องว่างเต็มเบาใจขึ้นหน่อยกับ chorus ใส่พวกคอร์ดข้างหลังซึ่งกินเวลามากในการวางโน้ตได้เยอะแล้ว จะใส่เครื่องดนตรีอื่นก็สามารถก๊อปโน้ตพวกนี้มาลบๆย้ายๆได้ไม่ต้องงมคีย์บอร์ดใหม่



วันนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลย ตื่นเที่ยง (เพราะเมื่อคืนดันคิดท่อน dubstep ออกก่อนนอนเลยลุกมาต่อจนเช้า) แล้วตอนนี้ทุ่มนึงข้างนอกมืดแล้ว วันนี้ดูจากหน้าต่างอากาศดีมากแต่ไม่ทันได้ออกไปโลดเล่นก็มืดซะก่อน น้ำยังไม่ได้อาบเลยเนี่ย 555


Tuesday, April 5, 2016

กลับไทยอีกและ? (ไม่กลับแล้ว...)

วันนี้ไม่ได้นอน ตอนนี้ตี 5 ครึ่งแล้ว เพราะอยู่ๆก็คิดอยากกลับไทยช่วงสงกรานต์ (กลับแบบดาบหน้าแทบทุกรอบ)

มีเพื่อนคอมเมนต์ว่าเมิงกลับไทยอีกแล้วเหรอ...

คือพอมาอยู่นี่นี่คือ ครอบครัว เพื่อนที่ไทย ฯลฯ มันกลายเป็นของหายากไง ตอนอยู่ญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนแฟนตาซี คืออยู่ญี่ปุ่นแบบคนญี่ปุ่น วนอยู่แค่ห้องนอน เซเว่น แลป ห้องนอน แล้วพอตอนวันหยุดปุ๊บก็เข้าเมืองไปเล่นเกมไปหาร้านอาหารกิน แล้วก็กลับมา วนเหมือนเดิม... เหมือนตอนอยู่ไทย ทั้งที่มีทะเลสวยๆที่คนต่างประเทศหมายปองกันเยอะก็ไม่ได้ไปรัวๆนั่นแหละ ความรู้สึกเดียวกันเลย

ตะกี้เพิ่งคุยกับเพื่อนสมัยมัธยม ตอนนี้มันเรียนอยู่ฟิลิปปินส์ (หรืออินโดวะ) มีคำนึงที่เห็นด้วยมาก คิดเหมือนกันเลย คือมันพูดว่าตอนกลับไทยแทบไม่อยากนอนเลย อยากใช้เวลาให้คุ้มค่า คือมันจริงมาก เป็นบทเรียนนึงที่สำคัญเลยเวลาได้มาอยู่ต่างประเทศ แต่ก็คงขึ้นกับคนด้วยแหละเพื่อนหลายๆคนไปเรียนต่างประเทศแล้วก็เที่ยวรัวๆไม่ค่อยสนใจจะกลับไทยเท่าไหร่