Monday, December 2, 2019


For once I want to express something in English here, mainly because the word "ridiculous" I want to use is not has no equivalent in Thai that express how ridiculous it is.. lol just by reading it, ridiculous sounds so ridiculous, right...

I have had the 1 year wait that results in a 1-2 minutes outcome before. Great, still something tangible no matter how small that is. I thought I am ready for anything after this point.

That epic thunderstorm survival event that turns out empty. Questionable, but I was getting used to this I think it's normal that things wouldn't go as I want to most of the time.

The car then overheat and broken at the very important moment. That is just golden.

I do remember the eclair. Still fails. That made me think about a piece of colored paper I intended to keep it preciously but still manages to lose it. Good thing that last one is still here in my bag, I learned from my mistake. The stupid broken shell of a previously-a-pen is still here too. I still don't know what that means but I keep what makes me happy.

How about that and that and.. there are too many to recall here. Maybe you can just read one of my diary when I die. Or maybe I didn't write those down at all, not that I have enough guts to go and check them.

The most recently is this, 2 years of wishful hope. It was still not stupid, but that didn't happen either, and then after that day I got it cleared out finally and there is no more reason to hope. But it didn't hurt anyways so it secretly turned into a pointless, stupid, and even fun hope that it is OK on any outcomes. I thought that was the best state to be in honestly, and I was able to walk straight again by keeping it like that.

Then lol, a year after, totalled to 3 years, it happened except that I missed it. The chance to be happy for about 5 minutes I could have. All 3 years considered, I should have got this statistically speaking. Then of course! It happen on just 0.5% of the time that I could miss. This is completely ridiculous, I laughed wryly in my mind. Immediately all my past ridiculousness came back to remind me how everything magically fails.

Well I was wrong, it did hurt. Maybe only a bit, because it is completely ridiculous in both how low the chance that it could happen but it happens anyways, and the stupid reason to hope for it. I could have been a bit happier if I got that, but it would have been a big achievement. I keep regretting to the what-if scenario if I got that very small but important happiness.

One funny thing, I think it would be 0 or +, if it didn't happen then that's fine. If it happen then it's a small boost in happiness. But given how low the chance of it happening, when it did happen AND I know I missed it, there is a hidden - appearing from nowhere!

There is no going back to get it, I should hope for the next future where next thing fails, but I can't help regretting. Well, damn.

Life's crazy, maybe I was blinded by only the things that went wrong and not seeing the thing that goes right. But hoestly now that a day passed and I calmed down, I can't still think of anything that goes right recently or even counted years or 2 years prior.

Maybe I could count that I successfully made a crispy pork by research, or that I finally made over 5000 THB income from my passives I built? Well, those are nice. But the thing that hurt the most scales according to how you had been working for it. Those somehow always crashes, hard. By always, I think there is no long-term things that goes well so far.

Also I wondered why human are somehow wired to kill itself when these thing repeatedly happen. This thinking will be a funny one after some days passed but it was surreal when it came to mind. It is just ridiculous that something as long as in "years" unit just goes poof, in a matter of realization. And everytime, unbelievable.

I just have to stay strong to my personal point of life  : "to keep living to see the next event whether that is a bad or good one". But I just hope that type things out in a blog that no one would came across should help me out some more now that the wound is still fresh.

Anyways, all of these are all stupid. The only problem that it hurts for real, which is also stupid. I wish I choose to not knowing about something more often, maybe I would be happier that way.

Wednesday, January 23, 2019


พูดถึงชมรมพิมพ์ดีด ก็ทำให้นึกถึงชมรมต่อไปที่ได้เข้าเพราะเขาบังคับให้หาเข้า คราวนี้ได้เข้าชมรมครอสเวิร์ด ซึ่งจริงๆเป็นเกมก๊อปมาจาก Scrabble ฝรั่ง แต่ชื่อเทพกว่าก็เลยติดตลาด


แต่พอไปซักพักก็ต้องมีเรื่องเอาหน้าให้ครูด้วย ก็คือมีการส่งตัวแทนไปแข่งครอสเวิร์ดระดับประเทศ โดยต้องสู้กันคัดเลือกระดับโรงเรียนก่อน แล้วผมก็ได้โดนจับเข้าไปอยู่ในสาย

เหมือนในการ์ตูนกีฬา รอบแรกจะเจอคนหน้าตาโกงๆหน่อย แต่ด้วยพลังพระเอกก็เลยชนะมาได้

ตาฉันเทิร์น ขอลงแบบขนานโดยวางตัว K ไว้ตรงช่อง triple letter score

เดี๋ยวนะ ตรงข้างๆนี้ OK นี่เอาเลยเหรอ

โง่รึเปล่า เกิดมาไม่เคยได้ยินคำว่า OK รึไง

ขอ challenge ครับ

ไม่มีคำว่า OK ในพจนานุกรมค่ะ กรรมการสาวตอบอย่างรวดเร็วโดยที่ยังไม่เปิดเลยด้วยซ้ำ

อ้าก อ้าก อ้าก อ้าก อ้าก อ้าก!! กรอดด

นายพลาดแล้วสมชัย (ชื่อสมมติ)

แต่รอบต่อมา ผมได้แข่งกับผู้หญิงคนนึง จะได้ว่าอยู่ต่ำกว่าผมอยู่ 1 ชั้นปี

ฝากตัวด้วยนะคะ เธอพูดพลางก้มหน้าเบาๆ แสงแดดจากหน้าต่างไม้ส่องเข้ามา เด้งผ่าน BSDF ในเส้นผมสลวยของเธอเกิดเป็นสีสันสวยงาม


นะ หนอย อย่าคิดว่าน่ารักแล้วจะใช้แผนนี้ได้ผลนะ

เธอมีลุคที่ค่อนข้าง refined และใจเย็น แม้ว่ากฏบ้าบอของโรงเรียนตอนนั้นจะให้ตัดแค่ทรงกะลาครอบ (ตอนนี้มัดข้างหลังได้ จบมาแล้วทุกอย่างดีขึ้น) ก็รู้สึกว่าทำผมออกมาได้ดูเข้ากัน ขอชมจากใจ (ในใจ)

แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการแข่งขันนี้ อย่าหวังว่าฉันจะออมมือให้นะ ขอเอาศักดิ์ศรีของคนเล่นเว็บ neopets ทุกวันเป็นเดิมพัน จะลงคำที่ดีที่สุดที่มี

แข่งไปถึงกลางๆกระดานคะแนนค่อนข้างสูสีกัน ผมหยิบตัว Q ขึ้นมาได้ ในหัวแน่นอนผมเล็งว่าตรงไหนกันแน่ที่จะ ขัวขอดสวก (QUA QAT SUQ) ได้ ผมเจอที่ๆจะสวกได้แล้วก็เลยต่อเข้าไปท้ายตัว S ที่ต่อเอาคะแนนหน้าด้านๆมาเมื่อเทิร์นก่อน


เป็นไงล่ะเจอตัว Q เข้าไป คราวนี้แหละ จะทิ้งห่างให้ได้เลย

ตาฉันเทิร์น ขอลง QUESTION ต่อท้ายตัว Q บิงโกค่ะ


ผลของ double word score ทำงานทำให้คะแนนยิ่งพุ่งขึ้นไปอีก

ครืน ครืน ครืน ครืน ครืน ครืน ครืน ครืน อ้าก อ้าก อ้าก อ้าก !!!

ต่อจากนั้นไม่ว่าผมจะหยิบไปกี่ตัวก็ไม่เจออะไรดีๆที่จะเอาคะแนนกลับมาได้ ก็เลยแพ้เธอไปในที่สุด

ก็เป็นอีกชมรมนึงตอน ม. ปลาย เออจะว่าไปแล้วมีอีกชมรมนึงตอน ม.6 แต่ไม่ค่อยมีอะไรอันนั้น 555

Tuesday, January 22, 2019


"กำดำ" เรียนเรื่อง typography แล้วก็ทำให้นึกถึงตอนอยู่มัธยมที่อุดร ตอนนั้นมันบังคับให้เลือกเข้าชมรม ผมไม่รู้จะเอาอะไร ชมรมคอมพิวเตอร์ที่น่าจะมีเกมให้เล่นก็เต็ม ก็เลยเลือกเข้าชมรมพิมพ์ดีด ยังไม่ได้สนใจจะเป็นโปรแกรมเมอร์ (โปรแกรมครั้งแรกจริงๆเริ่มกับ C# ตอนปี 1) สสวท ก็เลือกสอบชีวะเพราะคอมมันเขียนว่าต้องใช้ C++ แต่รู้จักแค่ html สุดท้ายก็ไม่ติด เพราะแค่เจอสัตว์ประหลาด 5 ตัวแล้วให้ตอบว่าไฟลัมอะไรก็ยอมแล้ว มันไม่เหมือนในไลท์โนเวลที่จะได้เจอกับหัวหน้าชมรมเป็นสาวซึนที่ค่อยๆเปิดใจ หลังจากที่เราได้พิมพ์ดีดด้วยกันมาพักหนึ่ง พิมพ์ดีดมีประมาณ 30 เครื่อง เก่ามาก เครื่องเก่าไม่พอห้องก็เก่าเพื่อให้เป็นบรรยากาศเดียวกัน เป็นบรรยากาศสีน้ำตาลๆ เหมือนร้านของชำ แล้วก็มี อ. ที่เหมือนยายขายของชำ พิมพ์ต้องพิมพ์บนกระดาษโรเนียวด้วย ทำให้เวลาทำไม่เสร็จต้องมาทำต่อวันหยุดอีกเพราะกระดาษมีที่นี่ที่เดียวโดยนัด อ. มาเปิดห้อง เป็นชมรมที่ไม่น่าเลือกมาหาเรื่องใส่ตัวเลย ใครที่ที่ทำงานแม่มีเครื่องพิมพ์ดีดนี่ถึงกับต้องแอบเอากระดาษโรเนียวออกไปทำต่อที่อื่น พิมพ์ตอนแรกก็ตั้งใจอยู่ คือวางมือ ฟหกด่าสว ถูกต้อง เวลาจะกดอะไรที่อยู่นอกจากนั้นทีนี่ต้องคิดอย่างหนักว่าต้องเอานิ้วไหนไป ต้องพยายามยับยั้งกิเลสที่จะจิ้มดีด พิมพ์ส่วนหัวตรงวันเดือนปีนี่ตอนชิดขวานี่เร้าใจมาก เพราะอย่าลืมว่าเราต้องกด carriage return (ตรงตัว) ตอนจบบรรทัดไม่ใช่จบ paragraph แบบคอมปัจจุบัน ถ้าพิมพ์ไปเรื่อยๆมันก็จะหลุด 555 พิมพ์ดังโช๊ะๆไปนี่ก็ต้องแงะไอ้ตัวดีดออกเรื่อยๆเพราะมันชอบมาชนกัน แล้วถ้ากดแบบมั่นใจไปหน่อยนิ้วจะลงไปในรูระหว่างปุ่ม อันนี้เจ็บปวด สุดท้ายทนอยู่จนจบเทอม งานเหลือเยอะมากทำไม่ทัน แต่ก็สายไปแล้วเพราะทุกคนทั้งห้องยอมแพ้เปลี่ยนมาเป็นท่าจิ้มดีด 555 จิ้มโช๊ะๆ แปปเดียวเสร็จ สรุปคือไม่มีใครได้อะไรเลยนอกจากเกรด แล้วก็ได้อีกอย่างคำฝึกคำนึงที่ฝังอยู่ในใจมาจนถึงตอนนี้ "กำดำ" เสาร์อาทิตย์แทนที่จะได้ตื่นมาจองขอบหน้าผาหนอนทรายเก็บเลเวล ดันต้องมาพิมพ์ดีด "กำดำ"

Friday, July 13, 2018





กลายเป็นมนุษย์เขียนไอดารี่ ปีละ 1 ครั้ง 555555

เปล่าหรอกคิดถึงเลยมาเปิดดู ก็เลยคิดได้ว่ามันเจ๋งดีนะ
แค่จับปก ก็เหมือนวูบบบบ ย้อนเวลา เหมือนรอบๆตัวเปลี่ยนเป็นสถานที่ต่างๆไปเรื่อยๆ!

Monday, June 4, 2018

ความคาดหวังที่ orthogonal

ไปทริปกับครอบครัวที่ผ่านมา แม่พูดแต่เรื่องระบบสืบตระกูล เบื่อออออ ประมาณ 38 ครั้ง เดี๋ยวนู่นก็จะแต่งงานแล้ว นี่ก็เป็นการแสดงความรับผิดชอบของเค้านะ ส่วนไอ้หมอนี่เมื่อไหร่ฮึ ไอ้พวกนี้มันเฉื่อยค่ะ เฉื่อยบ้าอะไร เหมือนโดน deny existence ตลอดเวลา จะทำเกมทำอะไรก็ช่างไม่ว่า แต่จะรอแค่เมื่อไหร่แต่งงานกับเป็นครูมีเงินเดือนซะที? เรื่องโดนว่าไม่รู้จักแสดงความรับผิดชอบเพราะไม่ยอมเป็นฝั่งเป็นฝามั่นคงให้แม่ซักทีนี่ จริงๆก็เคยโดนมาก่อนแล้ว

เฉื่อยนี่ยิ่งตบหน้า คือ 2-3 ปีนี่คือไม่เฉื่อยที่สุดในชีวิตแล้วมั้ง ที่นั่งทำมามันเหมือนว่าเราอยู่นิ่งๆซะงั้น? ตอนอยู่ ป โทก็นับแค่วิจัยกับใบจบแต่เวลาส่วนใหญ่ที่เอามาออกแบบเกมสงสัยไม่นับ แต่คนทั่วไปมองว่าชีวิตอยู่กับที่ไง เงินเดือนก็ไม่มี checkpoint อย่างเช่นเงินเดือนขึ้น ตำแหน่งขึ้นมันก็ไม่มี จะมี git commit log ก็ไม่ใช่อะไรที่จะเห็น บาง log ยิ่งต้องชมตัวเองเป็น milestone ที่สร้างเองเพราะไม่มีเจ้านายไม่มีปาร์ตี้อะไรจะมาฉลอง เซิจดูหาเครื่องหมายตกใจเยอะๆคงเจอ

ส่วนเพจนี้ที่เป็นตัวตนของเราจริงๆก็ไม่สน ละก็ชอบว่าไม่เล่นไลน์ไม่เล่นเฟซ ก็ไม่มีอะไรจะเล่าในนั้นนี่นา จะให้เล่าก็ออกมาเป็นเหมือนคอนเทนต์เพจนี้เพราะนี่แหละสิ่งที่เราทำที่เราเจอทุกวัน จะดูตลกมั้ยล่ะเวลาอยู่กลางฟีดคนอื่นๆที่เขา "ชีวิตเดินหน้า" กัน ก็เลยทำเป็นเพจแทนจะได้ไม่เบียดเบียนใครละใครอยากฟังค่อยเข้ามา

จริงการตัดใจมาทำอะไรแบบนี้ มันน่ากลัวอยู่แล้ว ทำไมจะไม่เคยคิดกังวลเรื่องนี้ เรื่องที่จะไม่เจอคน ชีวิตด้านนึงมันก็ต้องหยุด (ชั่วคราว) อยู่แล้ว ซักวันคงกลับไปเป็น normie แต่ก็ไม่ได้อยากให้มาย้ำทุกครั้งที่เจอกัน ปีละ 3-4 ครั้ง ของมันใช้เวลาทำ

เคยอธิบายดีๆตั้งหลายรอบแล้ว ว่ามันจะไปได้อย่างที่คาดหวังได้ไงในเมื่อทุกวันเป็นงี้ ถ้าเลือกงานราชการปกติก็ easy mode ไปแล้ว เพราะมีเงินมีสังคมไง align กับความคาดหวังพอดี นี่เลือกจะทำเกมเหรอ เหมือนหาเรื่องใส่ตัวเองเพราะทีนี้นอกจากต้องพยายามเรื่องเกมแล้ว ยังต้องมาคอย satisfy อันที่ไม่ได้อยู่ในทางนั้นพร้อมกันอีก ความคาดหวังมัน orthogonal กันกับทางที่ไป ก็ไม่รู้จะมาหวังทำไม อันนี้ก็ต้องคอยบอกให้ชื่นใจ เออเดี๋ยวเสร็จแล้วจะทิ้งไปเข้างานปกติๆแล้วรออีกหน่อย จริงๆก็แอบรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมี potential ด้านทำเกมแหละ แต่ไม่รู้สิ เจอ fake difficulty เพิ่มขึ้นมาเยอะเกิน ลองคิดว่าถ้าทุกวันมีคนมาคอยย้ำว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นนักบินอวกาศ ทั้งๆที่ไม่ได้มีอะไรที่ไปทางนันเลยจะรู้สึกยังไง
พอแบบนั้น ก็บอกว่านันมันก็ไม่เหมือนกัน ชีวิตมันก็ต้องมีทั้งงานทั้งอย่างอื่นไปด้วยกันไม่ได้เหรอ "ใครๆเค้าก็ทำกันทำไมเราไม่ได้" (อันนี้ไม่ใช่ทริปนี้ ตั้งแต่ปีใหม่) โอ้ชิท ยิ่งรู้สึกเหมือนโง่เองที่พยายามทำเกมแบบใส่เต็ม 300% เหมือนทุกวันนี้

แค่นิยามคำว่าชีวิตก็ไม่ใช่แล้ว แม่คิดว่าชีวิตประกอบด้วยงานกับครอบครัว ไม่ใช่ การใช้ชีวิตคือการใช้ชีวิต จะทำอะไรก็คือการใช้ชีวิตนะผมคิดว่า จะไปว่าคนที่เค้าตั้งใจสร้างของอยู่คนเดียวว่าชีวิตขาดหาย มันก็ดูไม่ใช่ ไม่ได้อยากจะพูดว่างานคือชีวิต เพราะมันฟังดูลบ ที่ฟังดูลบเพราะนิยามชีวิตมันเป็นแบบนั้นแหละ งานคือชีวิตก็เลยแปลว่า แล้วสังคมกับครอบครัวล่ะ? ถ้าเปลี่ยนคำว่างานเป็นการใช้ชีวิต อาจจะฟังเข้าท่าขึ้น ทุกวันนี้ปั่นเกมอยู่ก็โดนมองว่า "ทำแต่งาน" (implies แล้วเมื่อไหร่จะมีครอบครัว) ทำไมถึงไม่มองว่ากำลัง "living" บ้าง คนที่มีความสุขกับคนที่รักเขาก็กำลัง living คนที่สนุกกับการสร้างอย่างวิศวะเขาก็ living

พ่อแม่ก็คิดถึง เวลาก็ไม่รู้จะได้เที่ยวกันอีกกี่ครั้งไงก็เลยไปด้วย แต่พออยู่ด้วยกันก็มีแต่ความคาดหวังบ้าบอ เลยไม่รู้จะคิดยังไง เลยไม่อยากกลับบ้านเพราะมันมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตแบบนี้ไงเสร็จแล้วจะไปเข้างานได้เงินให้พอใจอยู่หรอก เพราะพ่อแม่ก็รักเหมือนกันเลยอยากเอาใจ แต่แม่งเหนื่อย ถ้าไม่ทำเกมก็ได้เอาใจไปด้วยใช้ชีวิตปกติไปด้วยได้นานละ อยากตั้งใจทำเกม ทำเพลง แล้วเอาไปขายอาจจะได้เจอคนที่เค้าชอบสิ่งที่เราทำจริงๆมากกว่า เหนื่อย เซ็งชีวิต ปล.อีก 30 นาทีลบ ได้พิมพ์ค่อยใจเย็น

Monday, April 30, 2018


ไปงานแต่งของปอมหน่ามา ได้ของชำร่วยเป็น succulent มาต้นหนึ่ง ไม่เคยได้ของชำร่วยเป็นต้นไม้เลยแฮะ แต่ชอบ ไอเดียดี *-*

ประกอบกับตอนนั้นโดนบอลซันพาไปล้างสมองในสวนกระบองเพชรมาแล้ว เลยรู้สึกพิเศษกับมันมากขึ้นมั้ง แล้วก็ไม่อยากให้มีอันเป็นไปเหมือนต้นตูดที่ทำมันตายไปแล้ว 555 ครั้งนี้ได้วิธีดูแลมาด้วย ดูซิว่าทำตามทั้งหมดแล้วมันจะรอดมั้ย